เช็คมาตรการช้อปช่วยชาติ 2562 กลางปีนี้ซื้ออะไรดีถึงได้ลดหย่อน

กลับมาอีกครั้งกับมาตรการช้อปช่วยชาติ 2562 หรือ ค่าลดหย่อนช้อปปิ้ง 2561-2562 ที่หลายคนรอคอยเพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการช้อปปิ้งตามเงื่อนไขไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยมาตรการนี้เป็นมาตรการจากรัฐบาลที่ต้องการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจของประเทศไทยตามค่าใช้จ่ายแต่ละหมวด โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขมาลดหย่อนตอนคำนวณภาษี ส่งผลให้ลดภาษีบุคคลธรรมดาได้ หรือบางคนยังสามารถขอเงินคืนได้อีกด้วย แต่มาตรการนี้จะมีเงื่อนไขอะไรบ้างที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างพวกเรามากขึ้น ลองมาติดตามกัน

ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว (ลดหย่อนภาษี 15,000-20,000 บาท)

ส่งเสริมคนไทยให้เที่ยวเมืองไทยด้วยการลดหย่อนภาษีค่าท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวหมืองหลักที่ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท และเมืองรองลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 20,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือจะต้องเป็นค่าบริการที่ได้จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียน เช่น ค่าใช้จ่ายมัคคุเทศน์ที่จดทะเบียนแล้ว โรงแรม ที่พัก หรือโฮมสเตย์ ที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เป็นต้น โดยใบเสร็จรับเงินจะต้องระบุวันที่ระหว่าง 30 เมษายน – 30 มิถุนายน 2562 สำหรับสายเที่ยวอย่าลืมขอใบเสร็จรับเงินมาเป็นหลักฐานกันด้วย

สินค้าเพื่อการศึกษาและกีฬา (ลดหย่อนภาษี 15,000 บาท)

สำหรับใครที่วางแผนช้อปอุปกรณ์กีฬาหรือสินค้าเพื่อการศึกษาฟังทางนี้ เพราะทุกใบเสร็จมีค่า สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท โดยจะต้องระบุวันที่ระหว่าง 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2562 และยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

สินค้า OTOP (ลดหย่อนภาษี 15,000 บาท)

ด้านสินค้า OTOP ไทยก็ไม่น้อยหน้า เพราะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อส่งเสริมธุรกิจภายในชุมชนรวมถึงสนับสนุนให้คนไทยนิยมของไทย โดยหลักฐานที่ใช้คือใบเสร็จรับเงินฉบับเต็มสำหรับการซื้อสินค้าระหว่าง 30 เมษายน – 30 มิถุนายน 2562 และจะใช้ได้กับร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเท่านั้น

หนังสือ หรือ E-book (ลดหย่อนภาษี 15,000 บาท)

มาตรการช้อปช่วยชาติเอาใจหนอนหนังสือโดยเฉพาะ เพราะค่าใช้จ่ายจากการซื้อหนังสือสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ อีกทั้งมาตรการนี้ยังรองรับทั้งการซื้อหนังสือเล่มและ E-book สามารถใช้สิทธิ์ยาวได้ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2562 โดยใครที่ใช้สิทธิ์ซื้อสินค้ากลุ่มหนังสือหรือ E-book ไปแล้วเมื่อ 1-16 มกราคม 2562 ก็จะต้องนำมาคำนวณรวมแล้วไม่เกิน 15,000 บาท เรียกได้ว่าเป็นมาตรการที่เอาใจนักอ่านสุด ๆ

โครงการบ้านหลังแรก (ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 200,000 บาท)

เอาใจคนอยากมีบ้านและเป็นการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านของตัวเอง โดยมาตรการนี้สำหรับการซื้อบ้านหลังแรก รวมถึงที่ดิน ห้องชุด คอนโดมิเนียม โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งมีเงื่อนไขคือมูลค่าบ้านต้องไม่เกิน 5 ล้านบาท มีการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่าง 30 เมษายน – 31 ธันวาคม 2562 และหลังจากใช้สิทธิ์เจ้าของจะต้องถือครองกรรมสิทธิ์ไปอีก 5 ปี ยกเว้นเฉพาะกรณีเสียชีวิตเท่านั้น

หลังจากที่ทราบกันไปแล้วว่ามาตรการช้อปช่วยชาติ 2562 ให้สิทธิประโยชน์เรื่องใดบ้าง อีกหนึ่งข้อสำคัญคือการเตรียมหลักฐานให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง โดยหลักฐานที่สำคัญคือใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง ครบถ้วน จำเป็นต้องมีวันที่ซื้อสินค้าและบริการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร รวมถึงรายละเอียดสินค้าและบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ อย่าลืมเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระเบียบ เนื่องจากอาจต้องใช้เป็นหลักฐานในช่วงยื่นเรื่องขอลดหย่อนภาษีนั่นเอง

การจ่ายภาษีนับว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยผู้มีรายได้ทุกคน ดังนั้น ควรให้ความสนใจและปฏิบัติอย่างถูกต้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรหาวิธีประหยัดภาษีของตนเอง และสำหรับใครที่สนใจอยากใช้สิทธิ์เพื่อขอลดหย่อนภาษีกับมาตรการช้อปช่วยชาติ 2562 ที่รัฐบาลจัดให้ อย่าลืมศึกษารายละอียดและเงื่อนไขให้ดีเสียก่อน ที่สำคัญอย่าลืมคำนึงถึงความคุ้มค่า หากคำนวณแล้วพบว่าค่าช้อปปิ้งไม่คุ้มค่ากับเงินที่จะได้จากการลดหย่อนภาษี แนะนำว่าให้หาวิธีอื่นเพื่อให้ประหยัดเงินภาษีได้มากขึ้น

ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน  9.9 แคมเปญใหญ่เอาใจนักชอปแบบจัดหนักจัดเต็ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/99

ครบเครื่องเรื่องIT

IT

เรื่องของไอทีในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความจำเป็นและความสำคัญอย่างมากที่สุดเลย เพราะเราไม่รู้หรอกว่าการที่เราสนใจในเรื่องของIT นั้นจะทำให้เรานั้นได้รับความรู้ที่มากมายเพียงไหน ทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่ที่เราว่าเราจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีในตัวเรานั้นได้มากน้อยเพียงไหน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งเลย

                ITนั้นก็คือเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามเราควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจในเรื่องของIT ถึงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่ง เทคโนโลยีในสมัยนี้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องให้ความสนใจอย่างมากที่สุด ยิ่งเป็นในเรื่องของคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ไอแพตหรือเรื่องต่างๆนั้นเทคโนโลยีก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามอย่างมากที่สุดเลย

                การที่เรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของไอทีที่มากมายนั้นก็เป็นผลดีอีกอย่างหนึ่งเลยที่จะทำให้เราเองนั้นจะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากมายก็เป็นได้เพราะว่าหากมีไอทีใหม่เข้ามาให้เราได้รับความรู้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยเราจะต้องเป็นคนที่เก่งและเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถถึงจะเป็นเรื่องที่ดี

                เทคโนโลยีที่มีในตอนนี้ก็จะเป็นในเรื่องของคอมพิวเตอร์ที่มาแรงเพราะว่าทุกคนที่ทำงานก็จะต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานด้วยกันทั้งนั้น ทุกเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดที่เราไม่ควรมองข้ามเราจะต้องให้ความสนใจและความสำคัญกับเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือIT จะเป็นเรื่องที่ดี

                ยิ่งเรามีความรู้ในเรื่องของคอมพิวเตอร์หรือITมากเท่าไหนก็จะถือว่าเป็นกำไรที่ดีอย่างมากที่สุดที่จะทำให้ตัวเรานั้นประสบความสำเร็จก็เป็นได้อีกด้วย เทคโนโลยีคือเรื่องหนึ่งที่เราต้องให้ความสนใจและความจำเป็นอย่างมากเลย ยิ่งถ้าหากใครที่มีความรู้เรื่องของเทคโนโลยีIT ก็สามารถที่จะนำความรู้ที่เรามีนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกก็เป็นได้เช่นกัน

                ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจกับอะไรก็ตามที่จะทำให้ตัวเราเองนั้นประสบความสำเร็จ คนเราจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ยากเพียงแต่ว่าเราจะต้องหมั่นเป็นคนที่มีความรู้และความสามารถมากๆเพื่อที่ว่าเวลาจะทำอะไรก็จะได้ประสบความสำเร็จอีกด้วย IT นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดีที่เราต้องให้ความใส่ใจและความสนใจอย่างมากถึงจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ตัวเราเองสามารถที่จะมีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

แหล่งข้อมูลทำธุรกิจ

Business

            บางครั้งเรื่องของการทำธุรกิจออนไลน์หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายที่แคบเข้าไปในเว็บไซต์เราก็สามารถที่จะเปิดร้านเองได้ แต่ต้องบอกเลยว่าในส่วนนี้เป็นความคิดที่ผิดเพราะยังมีรายละเอียดสำคัญที่จะทำให้การทำธุรกิจของเรานั้นประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราต้องมาลองดูกันว่าเราสามารถที่จะหาแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการทำธุรกิจได้จากไหนบ้างเพื่อที่จะทำให้แหล่งข้อมูลที่เราได้รับรู้มานั้นสามารถปรับให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น

1.เว็บไซต์ทั่วไป

            แน่นอนว่าเรื่องของการทำธุรกิจนั้นบางครั้งหลายคนก็อาจจะมีข้อมูลที่พอทราบกันมาบ้าง ส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นข้อมูลที่มาจากระบบทฤษฎีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังไม่เคยผ่านการปฏิบัติซึ่งบอกเลยว่าข้อมูลเหล่านี้ใช้ได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้วยังมีข้อมูลอีกมากมายหรือจะเรียกว่าเป็นอาวุธสำคัญอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ในเว็บไซต์หลายแห่งเพราะฉะนั้นลองศึกษาข้อมูลจากสิ่งเหล่านี้ดูก็จะทำให้เราได้อาวุธลับเพิ่มมากยิ่งขึ้นในการทำธุรกิจ

2.ประสบการณ์

            หรือถ้าหากใครมองว่าเว็บไซต์เหล่านี้เป็นเพียงแค่แหล่งข้อมูลเบื้องต้นที่เราเองก็ไม่ได้มั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน บอกเลยว่าสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเพื่อที่จะนำมาปรับใช้กับธุรกิจได้นั้นก็อาจจะต้องมาจากประสบการณ์แต่ทั้งนี้บางคนก็จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรในการเก็บสั่งสมประสบการณ์เพื่อที่จะเอามาใช้ จึงทำให้ประสบการณ์เหล่านี้มีคุณค่าและเป็นตัวช่วยในการลดความเสี่ยงสำหรับการทำธุรกิจ

3.ผู้รู้

            ในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันนั้นเราสามารถที่จะไปปรึกษากับทางธนาคารหรือกรมต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจได้แล้ว จากว่าในปัจจุบันนั้นทางรัฐบาลได้มีการสนับสนุนในส่วนนี้มากขึ้นทำให้เราก็จะได้รับแหล่งข้อมูลที่หลากหลายโดยเฉพาะการปรึกษากับผู้รู้หรือผู้ที่มีความเชียววชาญในด้านนี้โดยตรงก็จะทำให้การทำธุรกิจของเรานั้นลดความเสี่ยงในการขาดทุนและมีความเป็นระเบียบในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น

            เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าใครเป็นหนึ่งในมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้ในเรื่องของการทำธุรกิจนั้นบอกได้เลยว่าทั้ง 3 แหล่งข้อมูลที่กล่าวมาสามารถที่จะช่วยได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้บางคนเองก็อาจจะสามารถหาแหล่งข้อมูลเหล่านี้ได้จากคนใกล้ตัวที่เคยทำธุรกิจมาก่อนหรือประสบความสำเร็จกับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งถึงอย่างไรก็ตามเรื่องของการทำธุรกิจนั้นการเผชิญด้วยตัวเองจะเป็นการเรียนรู้ที่ดีมากที่สุดเพราะบางครั้งข้อมูลในตำราอาจจะไม่สามารถนำมาใช้ได้หมด

ความแตกต่างของธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์

ธุรกิจออนไลน์

ในปัจจุบันด้วยความที่รูปแบบของการทำธุรกิจนั้นมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นการเปิดร้านค้าต่างๆก็สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยสำหรับรูปแบบที่เรามักจะรู้จักกันดีคือเป็นรูปแบบสำหรับออฟไลน์และเป็นรูปแบบออนไลน์หรือจะเรียกได้ว่าเป็นแบบที่มีหน้าร้านกับแบบที่เปิดให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป อันนี้บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าถ้าคิดจะเลือกควรที่จะต้องเลือกรูปแบบไหนเพราะสาเหตุอะไรและมีข้อดีอะไรที่น่าสนใจในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะทำความเข้าใจ

1.เงินทุน

            ในส่วนแรกที่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนซึ่งก็คือเรื่องของเงินทุนต้องบอกเลยว่าถ้าเลือกที่จะทำธุรกิจออนไลน์แล้ว เราเองสามารถกำหนดงบประมาณของเงินทุนได้ง่ายกว่ารูปแบบของธุรกิจแบบออฟไลน์ที่จะต้องมีหน้าร้าน เนื่องจากว่าในการทำธุรกิจแบบมีหน้าร้านนั้นเราเองก็จำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อเป็นการสร้างหน้าร้านให้ตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้บริการ แน่นอนว่าในส่วนหนึ่งก็ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุนอีกมากมายที่จะมากกว่าการทำธุรกิจแบบออนไลน์

2.การจัดการ

            แล้วต่อมาเรื่องที่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนสำหรับข้อดีและข้อเสียที่มีความแตกต่างกันระหว่างธุรกิจทั้ง 2 รูปแบบ คือ การบริหารการจัดการต้องบอกเลยว่าในรูปแบบออนไลน์เราสามารถที่จะประหยัดเวลาจากการใช้โปรแกรมหรือตัวช่วยต่างๆได้ง่ายกว่า แต่สำหรับรูปแบบธุรกิจแบบออฟไลน์ในส่วนนี้ก็จะมีความยุ่งยากในเรื่องของการจัดการไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เรื่องของเงินทุนไปจนถึงส่วนของแรงงานก็จำเป็นที่จะต้องมีเทคนิคและวิธีในการดูแลและบริหารให้เกิดความเรียบร้อยมากที่สุด

3.เวลาพักผ่อน

            ช่วงระยะเวลาแรกสำหรับใครที่ทำธุรกิจแบบออฟไลน์ได้นอนในส่วนนี้อาจจะเรียกได้ว่าไม่มีเวลาพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย ต้องมีการบริหารและคอยจัดการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในส่วนนี้ก็จะมีความแตกต่างกับระบบธุรกิจแบบออนไลน์ที่เราเองจะได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ จะว่าเรามีตัวช่วยอย่างระบบอินเทอร์เน็ตและระบบการบริหารในตัว ที่สามารถจะช่วยเราในการรับลูกค้าหรือรับออเดอร์สินค้าได้อยู่ตลอดเวลาแต่ไม่จำเป็นที่เราจะต้องลงมือทำด้วยตัวเอง

            เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับทั้งหมดที่กล่าวมาก็จะแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการทำธุรกิจในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้ามีต้องบอกแล้วว่าธุรกิจแต่ละรูปแบบนั้นก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปนั่นขึ้นอยู่กับความสามารถหรือไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคนในการทำธุรกิจ เพราะบางคนนั้นอาจจะไม่ได้ชื่นชอบที่จะต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาดังนั้นการทำธุรกิจแบบออนไลน์จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้มากกว่า